Category: ไอทีกับธุรกิจ

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด
พฤษภาคม 10th, 2016 by admin

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด สำหรับคนที่ไม่รู้หรือไม่มีประสบการณ์มาก่อน ไม่ใช่เลือกแปลกที่คิดว่าการซื้อคอนโดมิเนียม ห้องชุด ซื้อคอนโดหัวหิน หรือแฟลต นั้น ห้องก็เป็นของเราๆ จะทำอะไรก็ได้ นั่นคือเป็นสิ่งที่ท่านกำลังเข้าใจผิด ซึ่งโดยแท้จริงแล้วการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุด จะมีความแตกต่างจาก ขายบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ตรงที่ว่าในส่วนพื้นที่สาธารณะนั้นเราไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เป็นนิติบุคคลผู้ที่รับผิดชอบดูแล ดังนั้นจึงทำให้ ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด จะต้องผ่านการขออนุญาตจากฝ่ายนิติฯ ก่อน

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด นั้นจะต้องมีจุดสำหรับเชื่อมต่อสายโทรศัพท์จากภายนอกอาคารเชื่อมต่อเข้าไปในคอนโดห้องที่เราซื้อไว้ และหลังจากนั้นจึงจะต่อสายโทรศัพท์เข้ากับ modem หรือ router internet

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด

ติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด

ปัญหาติดอินเตอร์เน็ตในคอนโด มีดังนี้

  1. ปัญหาการขออนุญาติฝ่ายนิติฯ ที่ดูแลไม่ได้ ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้ซื้อไม่เคยหรือไม่ได้มีการสอบถามกับโครงการห้องชุด คอนโดฯ ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่หรือห้องมือสอง เพราะบางโครงการจะมีบริการอินเตอร์เน็ตให้ซึ่งเป็นการดูแลของฝ่ายนิติฯเองและมีค่าบริการที่แพงกว่าแน่นอน
  2. ปัญหาด้านโครงสร้างอาคารในส่วนนี้มักจะมีปัญหากรณีซื้อห้องชุดมือสอง ที่ไม่ได้มีการเดินสายโทรศัพท์เข้าภายในแต่ละห้อง และการที่จะเดินสายกรณีเช่าอินเตอร์เน็ตทำให้ไม่สามารถเดินสายเพิ่มเติมได้
  3. ปัญหาด้านเทคโนโลยี ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นการใช้อินเตอร์เน็ตแบบ ADSL ซึ่งจะมีราคาถูก แต่ผู้ให้บริการบางรายอาจจะไม่มีคู่สายว่าง เพราะมีผู้ต้องการใช้งานเพิ่มขึ้น หรือหากจะใช้อินเตอร์เน็ตแบบไฟเบอร์ก็จะไม่สามารถเดินสายภายในอาคารได้

การแก้ไขปัญหาติดอินเตอร์เน็ตในคอนโดไม่ได้ มีดังนี้

  1. การใช้อุปกรณ์รับสัญญาณ WiFi หากอยู่ในเมือง หรือเขตกรุงเทพฯ มักจะมีจุดกระจายสัญญาณ WiFi เป็นจำนวนมาก เพียงแค่เรามีอุปกรณ์ Access Point หรือ Repeater ที่จะเป็นตัวรับสัญญาณ การใช้งานก็เพียงแต่สมัครใช้บริการ WiFi กับผู้ให้บริการ ท่านก็จะได้ username ไว้สำหรับ Login เพื่อเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ถูกกว่า ปกติราคาจะอยู่ประมาณ 99 – 300 บาทต่อเดือน
  2. การใช้ Powerline Internet เป็นการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปตามสายไฟ

Posted in Network System, Wireless Network, ไอทีกับธุรกิจ Tagged with: , ,

บ้านไฮเทค
ตุลาคม 27th, 2015 by admin

บ้านไฮเทค

บ้านไฮเทค ใครๆ ก็อยากมีดูหรู่หรา สะดวกสบาย โดยการที่จะมี บ้านไฮเทค ในปัจจุบันต้องซื้อในร้านแพงหลายสิบล้าน และก็มีบริษัทที่ทำน้อยเพราะราคาแพงขายอยาก เรามาลองเนรมิตรบ้านเก่าที่มีอยู่ หรือ ประยุกต์ ซื้อคอนโดหัวหิน หรือแถวๆแหล่งท่องเที่ยวและพวกที่ ขายบ้านเดี่ยว ถูกๆในเมืองกรุงเทพฯ มาปรับภูมิทัศน์ใหม่ เติมความไฮเทคลงไป แล้วขายในราคาดีๆสูงๆ ได้สบายๆ เลย

หลังจากได้เลือกที่อยู่อาศัยตรงกับความต้องการหรือจะใช้บ้านเดิมที่อยู่เดิมมาปรับแต่งก็แล้วแต่ทุนทรัพย์ของใครของมัน ในการทำ บ้านไฮเทค นั้นไม่จำเป็นต้องทำครั้งเดียวให้เสร็จ ควรค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ จะทำเองหรือจ้างช่างไฟฟ้ามาทำก็แล้วแต่ความถนัดและเหมาะสม หรือจะใช้ทั้งสองแบบผสมกันไป เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานเดินสายไฟ ทีนี้เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

บ้านไฮเทค

บ้านไฮเทค

วิธีการทำบ้านไฮเทค

  1. ในการทำ บ้านไฮเทค นั้นอุปกรณ์พื้นฐานคือ คอมพิวเตอร์ที่ต้องเปิดเป็น server 1 เครื่อง และระบบอินเตอร์เน็ตหรือระบบ 3G 4G ซึ่งแนะนำให้ใช้เป็น 3G ก็พอความเร็ว 128k ก็สามารถใช้งานได้แล้วเพราะเราไม่เน็ตใช้ส่งสัญญาณ ซึ่งค่าบริการก็จะเริ่มต้นประมาณ 299 บาท แต่ถ้าใครมี adsl อยู่แล้วก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้คุ้มค่า และซอฟแวร์สำหรับบริหารจัดการ ซึ่งจะต้องซื้อจากต่างประเทศ หรืออาจจะจ้างนักพัฒนาระบบโดยคนไทยก็เขียนได้ ราคาเริ่มต้นประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป แล้วเราสามารถนำซอฟแวร์นี้ไปขายต่อได้อีก
  2. เริ่มจากประตูเข้าบ้าน หากใครมีรั้วบ้าน จะต้องทำการแปลงประตูเป็นแบบมอเตอร์ ก็มีแบบให้เลือกเป็นใช้รีโมทธรรมดา แต่ถ้าใครอยากจะหรู่หราก็ใช้เป็นระบบ Bluetooth ซึ่งใน iOS 9 จะเริ่มเปิดใช้งานบ่อยๆ เพื่อให้รองรับเทคโนโลยีและอุปกรณ์อื่นๆของ Apple และมีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณกับระบบเครือข่ายไว้ที่หน้าประตู เมื่อรถมาจอดก็ให้เปิดประตู
  3. การใช้ระบบเครื่อง scan ลายนิ้วมือ มาช่วยในการสั่งการ โดยปกติควรเลยเป็นหน้าจอแก้ว และที่ทนต่อแสงแดดและความชื่น ราคาเริ่มต้นตัวละประมาณ 10,000 กว่าบาทขึ้นไป หน้าที่มีไว้ทำอะไร คือรับคำสั่ง เช่น การเปิดประตูบ้าน การเปิดระบบอัตโมมัติต่างๆ เป็นการยืนยันตัวตนว่ามีบุคคลอยู่ภายในที่อยู่อาศัย
  4. ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ราคาตัวละไม่กี่ร้อยไปจนถึงเป็นระดับหลักพันบาท อาจจะใช้สำหรับการเปิดหรือปิดระบบไฟฟ้าในบ้าน หรือใช้เป็นระบบรักษาความปลอดภัยได้ด้วย กรณีไม่มีบุคคลอยู่ภายในบ้าน
  5. ระบบจ่ายไฟสำรอง ควรมีการติดตั้งแผ่นโซล่าเซลส์ และกังหันลมผลิตไฟฟ้า ไว้กรณีเป็นไฟฟ้าสำรองหรือใช้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานน้อยๆ เช่น ไฟสนามหญ้า พัดลม ทีวี หรือเครื่องทำน้ำอุ่น เป็นการประหยัดค่าไฟฟ้า

หลักการทำงานของบ้านไฮเทค

  • เริ่มต้นจากระบบจะใช้ซอฟแวร์ที่ติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นตัวกำหนด โดยจะมีการใช้ระบบ scan นิ้ว หรือใช้ระบบ bluetooth ของโทรศัพท์ ในการสั่งการได้ แล้วยิ่งในปัจจุบันสามารถพัฒนา Mobile App เป็นการสั่งการผ่าน software ในมือถือ ก็จะยิ่งทำให้การบริหาร บ้านอัจฉริยะ เป็นเพียงแค่ปลายนิ้วสั่งการ
  • เมื่อมีการยืนยันตัวตนว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตกำลังจะเข้าไปใน บ้านอัจฉริยะ แล้วระบบก็ทำการ ตรวจสอบเวลา หรือตรวจสอบความเข้มของแสง ความเคลื่อนไหวที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ให้ทำการเปิดไฟอัตโนมัติ และปิดระบบ CCTV หรือระบบเตือนภัย ถ้ามี ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ เพราะตัวเครื่องมีราคาถูก เช่นหากเรานั่งที่โซฟา ก็ให้ระบบเปิดทีวี เปิดระบบแอร์อัตโนมัติ
  • ระบบการตั้งเวลา เราสามารถกำหนดตั้งค่าในซอฟแวร์ได้ เช่น เวลาเย็นให้เปิดไฟหน้าบ้าน ตั้งเวลาเปิดมอเตอร์รดน้ำต้นไม้
บ้านอัจฉริยะ

บ้านอัจฉริยะ

สำหรับในประเทศไทย บ้านอัจฉริยะ มีการจัดสร้างที่น้อยอันเนื่องมาจากต้องใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้หลายๆ ด้านมาประกอบกัน ทั้งผู้ผลิตซอฟแวร์ และสถาปิก ทำให้มีต้นทุนราคาที่สูงและเนื่องจากระบบ บ้านอัจฉริยะ ต้องใช้ระบบอินเตอร์เน็ตด้วยทำให้เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ก็เริ่มก้าวหน้าไปมาก ยิ่งในต่างประเทศด้วยแล้ว เราจะเห็น บ้านอัตโนมัติ แบบนี้มากขึ้น และอีกอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดก็คงมีให้เห็นจนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตไป

Posted in IT Happy, Network System, เทคโนโลยีความปลอดภัย, ไอทีกับธุรกิจ Tagged with: , ,

การจัดการเอกสารลับ
กรกฎาคม 23rd, 2015 by admin

การจัดการเอกสารลับ

การจัดการเอกสารลับ คือ การบริหารดูแล ปกป้องข้อมูลในเอกสารที่ไม่ต้องการเปิดเผยแก่สาธารณะ ซึ่งในอดีตเราคงเคยได้ยิ่งหนังสือราชการบ่อยครั้งที่เป็นเอกสารลับ แต่เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูลต่างๆ ในองค์กรบางอย่างต้องมีการปกปิด เพื่อไม่ให้เป็นผลประโยชน์แก่คู่แข่งทางธุรกิจ ตัวอย่าง เอกสารลับต่างๆ เช่น เอกสารการประชุม เอกสารผลประกอบการ เอกสารทางบัญชี เอกสารทางการเงิน เอกสารทางประวัติส่วนตัว เอกสารหนังสือสัญญาข้อตกลง เป็นต้น

การเก็บรักษาเอกสารลับ เนื่องจากเอกสารลับเป็นข้อมูลที่สำคัญหากเป็นกระดาษก็สามารถเก็บเข้าตู้เซฟ หรือห้องเก็บเฉพาะได้ แต่หากเป็นสื่อทางด้านคอมพิวเตอร์ ควรใช้ระบบ Document Management Software เป็นซอฟแวร์สำหรับบริหารงานด้านเอกสาร ซึ่งจะสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เป็น การจัดการเอกสารลับ ที่อยู่ในรูปแบบสื่อทางคอมพิวเตอร์ เช่น ไฟล์เอกสาร วีดีโอภาพหรือเสียง เป็นต้น หรือการใช้บริษัทที่มีความชำนาญใน การจัดการเอกสารลับ ที่มีการออกแบบระบบการดูแลที่น่าเชื่อถือทำให้มีความมั่นใจได้ว่าเอกสารลับที่สำคัญๆ ได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยแน่นอน

การจัดการทำลายเอกสารลับ ในการทำลายเอกสารลับนั้น หากเป็นในรูปแบบกระดาษ สามารถทำลายได้โดยเครื่องทำลายเอกสาร หรือ เผาทำลาย แต่หากเป็นสื่อด้านอิเล็กทรอนิกส์ บางครั้งอาจจะต้องทำการเข้ารหัสข้อมูลก่อนการลบหรือทำลาย เพื่อป้องกันการกู้คืนข้อมูล

การจัดการเอกสารลับ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ก็ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลัก ในการดูแลเอกสาร ดังนั้นการเลือกบุคคลที่จะมาดูแลเอกสารลับ ต้องมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีใจรับองค์กร ไม่หวังแก่ประโยชน์ส่วนตน

Posted in Document Management, เทคโนโลยีความปลอดภัย, ไอทีกับธุรกิจ Tagged with: , , ,

ลงทุนเปิด coffee shop
มิถุนายน 11th, 2015 by admin

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือผู้ที่จบการศึกษามาใหม่ ที่อาจจะเบื่อสำหรับการเข้าเป็นพนักงานประจำที่เจ้ามาต้องรีบตื่นแต่เช้าแต่งตัวเดินทางไปทำงาน ทำงานก็เจอแต่เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบหรือมีแต่งานหนักๆ เงินเดือนก็ได้น้อยได้เท่าเดิมทุกๆเดือน ก็อาจจะน้อยใจกันได้บ้าง ที่นี้เรามามองหาอาชีพเสริมหรืออาจจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ในอนาคตสำหรับมนุษย์เงินเดือน หรือเด็กจบใหม่ที่ไม่ต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็คือการ ลงทุนเปิดร้านกาแฟ ทำไมต้องเป็นธุรกิจนี้ ก็เพราะในอดีตถึงปัจจุบันการดื่มกาแฟเป็นกิจการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อให้มีคู่แข่งเปิดเป็นจำนวนมาก ก็ยังคงทำรายได้ให้กับนักลงทุนอย่างเราๆ พออยู่ได้ ตกรายได้เดือนๆ ก็ประมาณ 10,000 ขึ้นไปแล้วแต่ละพื้นที่

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ มีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการจะลงทุน

1) ทำเล แน่นอนว่าการเลือกสถานที่เปิดร้านกาแฟ จะต้องมองหาทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ ซึ่งหาไม่มีเงินทุนเปิดร้านก็สร้างเลือกเช่าบริเวณอาคารสถานที่ต่างๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน, ร้านตัดและทำผม, มหาวิทยาลัย, ศูนย์ราชการ เช่น การไฟฟ้า, การประปา, ขนส่ง, ไปรษณีย์, อบจ., เป็นต้น ซึ่งสามารถตั้งซุ้มขนาด 2×2 เมตร ได้ก็พอแล้ว หรือตามความเหมาะสม ซึ่งปกติแล้วราคาค่าเช่าจะประมาณ 2,000 ถึง 10,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับสถานที่

2) อุปกรณ์ ในปัจจุบันมีการแข่งขันของบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครืองดืมและระบบ POS เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้เช่าหรือให้ผ่อนในราคาสบายๆ หรือจะดูเป็นอุปกรณ์มือสองก่อนก็ได้สำหรับผู้มีทุนน้อยแต่ต้องยอมรับความเสี่ยงสักนิด

3) วัตถุดิบ สำหรับใช้ทำกาแฟ โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟ ก็จะมีหลายเกรดให้เลือก และหลายแห่งผลิต ก็สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม หากเป็นเมล็ดกาแฟในประเทศไทยก็จะถูกที่สุด แต่ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์โรบัสต้า หรือที่ใช้ทำกาแฟผงสำเร็จรูปทั่วไป ซึ่งจะมีความหอม แต่มีรสชาดขมกว่าพันธุ์อื่น

4) แรงงาน ในปัจจุบันเขต กทม. หรือต่างจังหวัด จะมีแรงงานต่างชาติ เช่น พม่า ลาว เวียดนาม หรือคนไทยเอง ซึ่งโดยปกติแล้วในปัจจุบันจะมีข้อกำหนดค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท อาจจะเป็นต้นที่ที่สำคัญในการดำเนินกิจการ

5) สินค้าอื่น โดยปกติแล้วร้านกาแฟควรจะมีสินค้าอื่นให้ลูกค้าได้เลือก กรณีสำหรับคนที่ดื่มกาแฟและไม่ดื่มกาแฟ เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต่างๆ ขนมไทยหรือเบเกอรี่ ของตกแต่งต่างๆ เช่น แก้วกาแฟ ที่รองแก้ว ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านเอง

ขนมไทยหรือเบเกอรี่ในร้านกาแฟ

ขนมไทยหรือเบเกอรี่ในร้านกาแฟ

ลงทุนเปิดร้านกาแฟ คิดราคาขายแก้วละ 30 บาท คิดรายได้ออกมาให้ชื่นใจ โดย ขายได้วันละ 50 แก้ว ได้กำไรแก้วละ 20 บาท รายได้ต่อวัน 1,000 บาทไม่รวมรายได้อื่น และหักค่าแรง 300 บาท เท่ากับได้กำไรวันละ 700 บาท เดือนละ 21,000 บาท สำหรับการนั่งบริหารร้านกาแฟในฉบับมนุษย์เงินเดือน เป็นการเก็บออมวันละนิด

 

 

Posted in ไอทีกับธุรกิจ Tagged with: , , ,